บริษัท ภูเก็ต เพสท์ คอนโทรล เซอร์วิส จำกัด Phuket Pest Control Service Co., Ltd.

081-9795052 081-8954387 076-513079

สาระน่ารู้ "ปลวก"

ความรู้เกี่ยวกับปลวก ปลวกเป็นแมลงที่มีชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า เทอร์ไมต์ (Termite) หรือบางทีเรียกว่ามดสีขาว (White ant)จัดเป็นแมลงในอันดับไอสอปเทอรา (Order Isoptera) ในอันดับนี้มี ปลวกวงศ์ใหญ่อยู่ 3 วงศ์ คือ วงศ์ Kalotermitidae วงศ์ Termitidae และวงศ์ Rhinotermitidae ซึ่งมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ ในโลกใบนี้เราพบปลวกประมาณ 2,000 ชนิด เฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประมาณ 270 ชนิด พบในประเทศไทย ประมาณ 90 ชนิด ปลวกที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจในประเทศมีเพียง 11 ชนิด

สำหรับพวกที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสิ่งก่อสร้างและส่วนประกอบของอาคารบ้านเรือนที่ทำด้วยวัสดุไม้คือ ปลวกไม้แห้ง (Drywood termites) เป็นปลวกที่สามารถดำรงชีวิตได้ในเนื้อ ไม้ที่แห้งสนิท เมื่อปลวกกัดกินเนื้อไม้จะทิ้งมูลมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ คล้ายเมล็ดฝิ่นออกจากรูที่มีขนาดเล็ก ในประเทศไทยพบชนิดสำคัญ 2 ชนิด คือ Cryptotermes thailandis และ Cryptotermes domesticus ซึ่งทำลายวัสดุที่ทำด้วยไม้ในอาคารบ้านเรือน ปลวกใต้ดิน (Subterranean termites) เป็นปลวกที่อาศัยอยู่ใต้ดินเกือบตลอดอายุของมันและนับเป็นประเภทที่เป็นภัยร้ายแรงต่ออาคาร และสิ่งก่อสร้าง เพราะความเสียหายที่เกิดจากปลวกพวกนี้มีถึง 95% ชนิดที่สำคัญ 2 ชนิด คือ Coptotermes gestroi และ Globitermes sulphureus ปลวกจะขึ้นมาหาอาหารโดยการทำท่อทางเดินหรืออุโมงค์ด้วยดินเพื่อใช้เป็นทางเดินไปยังแหล่งอาหาร เช่น ตามผิวไม้ คอนกรีต สิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ตามรอยแตกหรือช่องระหว่างพื้นบ้านกับพื้นดิน ถ้าระยะไม่ห่างเกินไปปลวกจะสร้างท่อทางเดินข้ามไปได้ ในเนื้อไม้ ที่ปลวกใต้ดินเจาะทำลายภายในแล้ว จะเหลือส่วนนอกไว้เป็นแผ่นบางๆ ตอนในที่กลวงมันจะใช้ดินอุดตามช่องว่างไว้ไม่ให้ผิวไม้ยุบ

ปลวกอาศัยอยู่รวมกันเป็นสังคม ในแต่ละสังคมแบ่งออกได้เป็น 3 แบบ ตามรูปร่างและหน้าที่การทำงาน คือ ปลวกแม่รังและพ่อรัง (ปลวกราชินี-ราชา หรือปลวกตัวเมียและตัวผู้) ปลวกทหารและปลวกกรรมกร ปลวกตัวเมียและตัวผู้ คือปลวกที่มีปีกบินได้ เราเรียกว่า แมลงเม่าซึ่งจะออกมาบินเล่นไฟในช่วงก่อนฝนตก มีหน้าที่กระจายพันธุ์และจัดตั้งสังคมหรือรังใหม่ เมื่อแมลงเม่าผสมพันธุ์กันแล้วสลัดปีกหลุดจะมุดตัวลงในดินเพื่อวางไข่และสร้างรังต่อไป ปลวกตัวเมียจะพัฒนาตัวเองเป็นปลวกแม่รัง ทำหน้าที่ผสมพันธุ์และวางไข่เพียงอย่างเดียว ปลวกคู่แรกที่ทำหน้าที่เป็นราชินีและราชาของรังบางตัวมีอายุได้นานเกือบ 25 ปี และวางไข่ได้มากถึงวันละ 30,000 ฟอง ความสามารถในการวางไข่จะขึ้นอยู่กับจำนวนปลวกกรรมกร แมงเม่าในขณะที่ไข่เจริญเป็นตัวอ่อนและตัวแก่ภายในระยะ 30-50 วันนั้น ปลวกราชินีจะเป็นตัวควบคุมตัวอ่อนให้พัฒนาบทบาทเป็นแบบต่างๆ คือ เป็นตัวผู้-ตัวเมีย เป็น ปลวกกรรมกร หรือทหารปลวกกรรมกร มีปริมาณมากที่สุดกว่า 90% นั้น ลักษณะไม่มีปีก ส่วนปากมีขากรรไกรแบบฟันเลื่อยเหมาะ สำหรับตัดไม้ เจาะไม้ สิ่งก่อสร้างต่างๆ มีหน้าที่สร้างซ่อมแซมรัง หาอาหารเลี้ยงดู ปลวกอื่นๆ ปลวกกรรมกรเป็นหมัน ผสมพันธุ์และสืบพันธุ์ไม่ได้ ปลวกทหาร ซึ่งมีจำนวนน้อยมากสังเกตเห็นลักษณะที่แตกต่างจากปลวกกรรมกร คือ มีหัวโตผิดปกติ ไม่มีตาที่มองเห็นได้ ส่วนของปากมีขากรรไกรขนาดใหญ่รูปลักษณะคล้ายคีมหรือดาบ เหมาะสำหรับใช้ในการต่อสู้แต่ไม่สามารถใช้ตัดหรือเจาะได้จึงมีหน้าที่ต่อสู้เพื่อป้องกันอันตรายให้ปลวกภายในรัง โดยเฉพาะศัตรูสำคัญ คือ มดเมื่อศัตรูทำลายทางเดินหรือรัง มันจะเอาส่วนหัวที่โตอุดช่องโหว่หรือขับไล่ศัตรูจนกว่าจนกว่าปลวกกรรมกร จะทำการซ่อมรังเรียบร้อย ปลวกทหารบางชนิดสามารถกลั่นของเหลวที่มีพิษเป็นกรดเหนียวๆ ออกจากส่วนหัวของมัน เมื่อมดมาถูกจะเหนียวติดและหมดกำลัง นอกจากนี้กรดที่ปลวกทหารกลั่นออกมายังใช้ในการเจาะโลหะและหินปูนได้ดีอีกด้วย จึงเห็นได้ว่า ปลวกจะแบ่งแยกหน้าที่กันอย่างชัดเจนในลักษณะแมลงสังคมชนิดหนึ่ง ปลวกมีการแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว ปลวกตัวผู้และตัวเมียในรัง ที่มีอายุ 3 ปี จะกระจายพันธุ์ไปนอกรังเพื่อจัดตั้งรังใหม่ปีละ 1-2 ครั้ง ระหว่างต้นฤดูฝนหลังฝนตกใหม่ๆ โดยบินจากรังเก่าในลักษณะแมลงเม่า ผสมพันธุ์แล้วสลัดปีกมุดลงดินเพื่อสร้างรังใหม่วนเวียนกันเช่นนี้ ดังนั้นปลวกจึงมีจำนวนมากมายและเป็นปัญหาใหญ่ยากที่จะกำจัดให้ หมดไปได้โดยง่าย วิธีการที่ทำได้คือการป้องกันไม่ให้ปลวกก่อความเสียหายแก่ทรัพย์สินต่างๆ เท่านั้น ปลวกกรรมกร อาหารหลักของปลวก คือ เซลลูโลสที่ได้จากเนื้อไม้ การกัดทำลายสิ่งของที่มีเซลลูโลสเป็นส่วนประกอบก็เพื่อนำมาใช้เป็นอาหารและที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ซากปลวกหรือวัตถุเหลวๆ ตามตัวปลวกยังใช้กินเป็นอาหารได้ นิสัยของปลวกใช้การสื่อสารโดยสัมผัสกันตลอดเวลาจึงเป็นช่องทางหนึ่งในการกำจัดปลวก หากปลวกได้สัมผัสสารพิษที่ใช้กำจัดจะถ่ายทอดสารพิษติดต่อถึงกันโดยง่ายและจะทำให้ปลวกตายทั้งหมดได้

แหล่งอาหารของปลวก จำแนกออกเป็น 4 ประเภท คือ การป้องกันและกำจัดปลวก วิธีที่ 1 การสเปรย์ยา 1. ตรวจเช็คปลวกภายในบ้าน บริเวณจุดที่เสี่ยง
2. สเปรย์ยาบริเวณขอบบัว ขอบประตู ขอบหน้าต่าง งานไม้ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ทุกชนิด

การป้องกันและกำจัดปลวก วิธีที่ 2 การเจาะอัดน้ำยา 1. ภายในอาคาร : ทำการเจาะพื้นบริเวณมุมใกล้ผนัง เพื่อทำการอัดน้ำยาลงไปในรูที่เจาะ ในระยะห่างทุกๆ 1 เมตร รูจะมีขนาดเท่าเหรียญบาทเล็ก การเจาะอาจเกิดการกระเทาะแตกของกระเบื้องหรือหินอ่อนได้ ซึ่งทางบริษัทจะระมัดระวังในส่วนนี้เป็นอย่างสูง ทั้งนี้ก่อนทำการเจาะพนักงานจะทำการสำรวจท่อน้ำภายในอาคารเพื่อป้องกันการเจาะโดนท่อน้ำ

2. ภายนอกอาคาร : อัดน้ำยาด้านนอกตัวอาคารป้องกันปลวกจากภายนอกอาคารเข้าไปในตัวอาคาร และกำจัดจอมปลวกที่อยู่ภายนอกตัวอาคาร หมายเหตุ การตกค้างของน้ำยาบริเวณพื้นที่ภายนอกตัวอาคารจะอยู่ได้ไม่นานนัก เนื่องจากปัจจัยภายนอก เช่น สภาพอากาศ ฝนตก แดดออก ทำให้น้ำยาเสื่อมคุณภาพได้อย่างรวดเร็ว

3. การเจาะเฟอร์นิเจอร์เพื่ออัดน้ำยา 4. การสเปรย์ยาบนฝ้าเพดาน 5. พนักงานจะทำการตกแต่งปิดรูที่เจาะด้วย ปูนยาแนวและตกแต่งสีให้ใกล้เคียงกับสีพื้น มากที่สุด การป้องกันและกำจัดปลวก วิธีที่ 3 การวางท่อ Pipe & Soil Treatment การป้องกันปลวกระบบท่อ คือการวางท่อเคมีใต้อาคาร จะใช้เครื่องฉีดแรงอัดสูง ฉีดและพ่นน้ำยาเคลือบผิวดินใต้อาคาร เพื่อทำให้พื้นดินเป็นพิษเกินกว่าที่ปลวกจะอาศัยอยู่ หรือแทรกตัวผ่านขึ้นมาทำลายตัวอาคาร หรือบ้านเรือน ทั้งนี้อายุการรับประกันประสิทธิภาพของน้ำยาเคมีมีระยะเวลานาน 3 ปี ขั้นตอนการปฏิบัติงานมีดังต่อไปนี้ วิธีที่ 4 การกำจัดปลวกระบบเหยื่อล่อ Exterra System ขั้นตอนการทำบริการกำจัดปลวกระบบเหยื่อล่อ